แกร็บ ชูแนวคิด “GROW” ขับเคลื่อนธุรกิจเติบโตพร้อมสังคม ตอกย้ำพันธกิจแกร็บเพื่อชีวิตที่ดีกว่า

นายอเลฮานโดร โอโซริโอ (ขวา) กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย และ นายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ (ซ้าย) กรรมการบริหาร แกร็บ ประเทศไทย และกรรมการผู้จัดการ แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป

แกร็บ ประเทศไทย ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2564 มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน ปัก 4 แนวคิด “GROW” ต่อยอดความเป็นผู้นำธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่ ยกระดับความสัมพันธ์กับคนทุกกลุ่มในอีโคซิสเต็ม ขยายบริการเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันอย่างครอบคลุม และส่งเสริมทักษะดิจิทัลเพื่อสนับสนุนไทยแลนด์ 4.0 พร้อมตอกย้ำพันธกิจ ‘GrabForGood (แกร็บเพื่อชีวิตที่ดีกว่า)’ ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีและก้าวทันเศรษฐกิจดิจิทัล

นายอเลฮานโดร โอโซริโอ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า “ปี 2563 ถือเป็นช่วงเวลาที่เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต การทำงาน และการดำเนินธุรกิจในหลากหลายด้าน โดยธุรกิจดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทสำคัญทั้งในชีวิตประจำวันและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 สำหรับธุรกิจของแกร็บ ประเทศไทยในปีที่ผ่านมามีการเติบโตอย่างโดดเด่น โดยธุรกิจภาพรวมเมื่อสิ้นสุดปีสามารถฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกับช่วงก่อนการแพร่ระบาด ในขณะที่ยอดการใช้งานครอบคลุมทุกบริการเติบโตเป็นสองเท่าจากปีก่อนหน้า นอกจากนี้ การออกแคมเปญทางการตลาดต่อเนื่องตลอดปียังผลักดันให้ธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งของธุรกิจทั้งหมด”

“ในปี 2564 ซึ่งทุกคนกำลังปรับตัวเข้าสู่ยุคนิวนอร์มอล แกร็บจะให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับสังคม โดยเฉพาะการสร้างสมดุลของอีโคซิสเต็มและเสริมความแข็งแกร่งของบริการ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านซูเปอร์แอปที่เข้าถึงความต้องการของทุกฝ่ายอย่างแท้จริง”

แกร็บ ประเทศไทย จะเดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน ผ่านแนวคิด “GROW” ใน 4 ด้าน ดังนี้

  1. ต่อยอดความเป็นผู้นำธุรกิจรับ-ส่งอาหาร (G – GrabFood Leadership) – แกร็บจะรักษาจุดแข็งในตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่ โดยเน้นย้ำความเป็นผู้นำในด้านคุณภาพบริการ ความเชื่อมั่นในเรื่องความรวดเร็ว ตัวเลือกเมนูอาหารที่หลากหลาย และประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ นอกจากนี้ จะยังกระตุ้นการใช้งานผ่านกิจกรรมทางการตลาดทั่วประเทศต่อเนื่องตลอดทั้งปี เช่น แคมเปญพิเศษรับตรุษจีน ซึ่งยังคงจุดเด่นในด้านคอนเซ็ปต์สนุกสนาน เข้าถึงไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค และเพิ่มเมนูพิเศษที่มีเฉพาะบนแกร็บฟู้ดเท่านั้น (Signature Menu) กว่า 300 เมนู
  2. ยกระดับความสัมพันธ์กับคนทุกกลุ่มในอีโคซิสเต็ม (R – Relationship with Key Stakeholders) – เพื่อให้แพลตฟอร์มสามารถตอบสนองความต้องการและยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกฝ่าย แกร็บจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับพาร์ทเนอร์คนขับในการรับฟังความคิดเห็นเพื่อพัฒนาการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เร่งเสริมศักยภาพในการต่อยอดธุรกิจของพาร์ทเนอร์ร้านค้า ทั้งกลุ่มร้านอาหารและกลุ่มร้านค้าออนไลน์ผ่านการทำการตลาดของแกร็บ การอบรมและแชร์ความรู้ด้านการทำการตลาดออนไลน์ในการทำธุรกิจให้สามารถเพิ่มยอดขายอย่างยั่งยืน รวมทั้งการปรับกระบวนการลงทะเบียนเพื่อขึ้นมาอยู่บนแพลตฟอร์มแกร็บและกระบวนการจ่ายเงินให้แก่พาร์ทเนอร์ร้านอาหารให้สะดวกรวดเร็ว เพื่อโอกาสในการสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น ไปจนถึงการนำเสนอประสบการณ์ที่ปลอดภัยแก่กลุ่มผู้ใช้งาน และสร้างสรรค์แคมเปญการตลาดที่เข้าถึงอินไซต์ผู้บริโภค
  3. ขยายบริการเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค (O – Opportunities for new business) – เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ แกร็บจะมุ่งตอบสนองการใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยในหลากหลายแง่มุม โดยตั้งเป้าขยายสาขาของ GrabKitchen ในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง และเตรียมเปิดสาขาที่ 8 ในช่วงต้นปีนี้ รวมไปถึงการขยายบริการ GrabMart ให้ครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภทยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายบริการอีวอลเล็ต เปิดตัวผลิตภัณฑ์การเงินใหม่ๆ เช่น บริการสินเชื่อแก่พาร์ทเนอร์ร้านอาหารและผู้ใช้งาน รวมไปถึงบริการประกันและการลงทุน
  4. ส่งเสริมทักษะดิจิทัลเพื่อสนับสนุนไทยแลนด์ 4.0 (W – Digital Workforce development in support of Thailand 4.0) – แกร็บจะร่วมผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลใน 3 ประเด็นสำคัญได้แก่ การพัฒนาทักษะและความเข้าใจด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) การเพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Inclusion) และการเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ โดยแกร็บจะยังคงร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในการถ่ายทอดความรู้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย และสร้างสรรค์บริการทางการเงินที่ตอบโจทย์พาร์ทเนอร์ร้านอาหารและคนขับ

ทางด้าน นายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการบริหาร แกร็บ ประเทศไทย และกรรมการผู้จัดการ แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป กล่าวว่า “ด้วยความมุ่งมั่นในการสานต่อพันธกิจ ‘GrabForGood’ หรือ แกร็บเพื่อชีวิตที่ดีกว่า แกร็บ ประเทศไทย ได้มีส่วนช่วยให้พาร์ทเนอร์คนขับและพาร์ทเนอร์ร้านค้ากว่า 400,000 รายสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีของแกร็บในการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัว ไปจนถึงเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงิน เช่น บริการผ่อนชำระโทรศัพท์มือถือและบริการสินเชื่อเงินสด นอกจากนี้ แกร็บยังร่วมมือกับองค์กรภาครัฐในการเพิ่มช่องทางในการกระจายผลผลิตทางการเกษตรกร และการติดอาวุธทักษะในการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ในปี 2564 แกร็บ จะเดินหน้าตอกย้ำพันธกิจและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยต่อไป”

ให้โลหิต ช่วยโลกพ้นวิกฤติ ในวันผู้บริจาคโลหิตโลก 2564

สภากาชาดไทย ชวนคนไทยบริจาคโลหิต ช่วยโลกพ้นวิกฤติขาดโลหิต ในวันผู้บริจาคโลหิตโลก 2564 ระหว่างวันที่ 12-17 มิถุนายน 2564 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตในเขตกรุงเทพฯ และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ รับ “เสื้อยืดวันผู้บริจาคโลหิตโลก” เป็นที่ระลึก

นักแสดงช่อง 3 ส่งคลิปชวนแฟนๆ เชียร์อัพ! ทีมตบสาวไทยวอลเลย์บอลเนชันส์ลีก 2021

นักแสดงช่อง 3 ส่งคลิปชวนแฟนๆ เชียร์อัพ! ทีมตบสาวไทยวอลเลย์บอลเนชันส์ลีก 2021 ย่างเข้าชั่วโมงความตื่นเต้นเต็มที่สำหรับการแข่งขันวอลเลย์บอลเนชันส์ลีก 2021 ที่เมืองริมินี ประเทศอิตาลี เมื่อสัปดาห์ที่ 3 ถือเป็นนัดสำคัญที่แฟนๆ เชียร์หนักแทบจะหยุดหายใจรวมถึงนักแสดงช่อง...

“อาเล็ก-กระทิง” เปิดฉากสลับร่าง จัดเต็มฝีมือใน “แค้นรักสลับชะตา”

​ขึ้นชื่อว่าเป็นละครของผู้จัดคนเก่ง อ้อม-พิยดา อัครเศรณี ภายใต้บริษัท เมจิค อีฟ วัน เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ที่กล้าลุยกล้าทำทุกเรื่อง ล่าสุดในละคร “แค้นรักสลับชะตา” เปิดฉากตอนแรกก็ไม่ธรรมดาซะแล้ว กับฉากรถชนระหว่าง วัท (อาเล็ก-ธีรเดช) ดาราหนุ่มแบดบอยที่กำลังโดนไล่ฆ่า กับ เตช(กระทิง-ขุนณรงค์) นักบินหนุ่มไฮโซ ที่ชีวิตกำลังรุ่งโรจน์ แต่ต้องมาเกิดอุบัติเหตุพร้อมกันในคืนพระจันทร์แดง...

พม-ซีพีแรม ลุยเปิดตัวกลางในกระทรวง พม.ส่งมอบอาหารประชาชนหวังบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในยุคโควิท-19

ในภาพ: นางพัชรี อารยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ที่ 4 จากซ้าย) ให้เกียรติรับ

“สกาย ไอซีที” เปิดเทรนด์ Tech ฝ่ายุค “Insecurity Era” เร่งสร้างแพลทฟอร์มตอบโจทย์ปัญหาระดับชาติ

ความต้องการความปลอดภัยและมั่นคง (Security or Safety Needs) กลายเป็นความต้องการอันดับแรกของคนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ทั่วโลก วิกฤติทางสาธารณสุขครั้งนี้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจไทยที่หนักที่สุดครั้งหนึ่งเช่นเดียวกัน ซึ่งอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของยุคแห่งความไม่มั่นคงปลอดภัย หรือ Insecurity Era