DITP เปิดต้นกล้า ทู โกล ’64 เสริมศักยภาพ SMEs ไทย พร้อมคว้าโอกาสทุกสถานการณ์

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) กระทรวงพาณิชย์ เปิดโครงการสร้าง SMEs ไทยสู่เวทีการค้าสากล ประจำปี 2564 จัดหลักสูตรเข้มข้นอบรมแบบไฮบริด Online และ On-site พัฒนาศักยภาพ SMEs ท้องถิ่นให้เติบโตในทุกสถานการณ์

โครงการต้นกล้า ทู โกล ดำเนินการตามนโยบาย ฯพณฯ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการไทยให้สามารถปรับตัวเพื่อรับมือกับความท้าทายทุกรูปแบบ ผู้ร่วมอบรมจะได้ค้นหาโอกาสใหม่ทางธุรกิจกับบรรดาตัวจริงของวงการธุรกิจระหว่างประเทศ การตลาดยุคใหม่ และนักธุรกิจที่จะมาแชร์ประสบการณ์ตรงแบบคนวงใน

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวกับผู้ร่วมอบรมต้นกล้า ทู โกล ประจำปี 2564 ระยะที่ 1 ว่า ที่ผ่านมาผู้ผ่านการอบรมโครงการต้นกล้า ทู โกล ต่างได้นำความรู้จากการอบรมไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจ มีโอกาสได้พบคู่ค้าที่มีศักยภาพมากมาย แม้แต่ในช่วงโควิด-19 ระบาด ผู้ประกอบการต้นกล้า ทู โกล สามารถ “ตั้งรับ ปรับตัว หาโอกาส” พัฒนาสินค้าให้ถูกใจผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น พร้อมขยายช่องทางจัดจำหน่ายให้กับผลิตภัณฑ์
ด้านนางอารดา เฟื่องทอง ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ กล่าวว่า โครงการต้นกล้า ทู โกล จัดติดต่อมาเป็นปีที่ 10 แล้ว แสดงให้เห็นว่าเป็นโครงการที่ดีจริงๆ โดยความสำเร็จในการจัดโครงการฯ เมื่อปีที่แล้ว มีการเจรจาธุรกิจ 132 คู่ คาดการณ์คำสั่งซื้อสินค้าภายใน 1 ปีประมาณ 100 ล้านบาท มีผู้ประกอบการหลายรายได้ช่องทางจำหน่ายใหม่ เช่น บริษัท บ้านกล้วย (2017) จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์กล้วยแปรรูปแบรนด์ Nawati ได้วางจำหน่ายสินค้าที่ซูเปอร์มาร์เก็ตของเดอะมอลล์ กรุ๊ป, ลอว์สัน 108, ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต, บิ๊กซี และคิง เพาเวอร์ บริษัท ไฟน์อิมเมจ จำกัด เจ้าของแบรนด์ไส้กรอก Nature D’Lite ซึ่งชนะเลิศรางวัลการเขียนแผนธุรกิจเชิงสร้างสรรค์และการออกแบบบรรจุภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ ปี 2563 ได้จำหน่ายสินค้าในบูธทดลองของกูร์เมต์มาร์เก็ตของเดอะมอลล์ กรุ๊ป และห้างหุ้นส่วนจำกัด ไบโอพอยต์ มาร์เก็ตติ้ง วางจำหน่ายสินค้ายาสีฟันแบรนด์ดีดี เฮิร์บ ที่สาขาของบิ๊กซี

“ปีนี้ มีผู้สนใจร่วมโครงการจำนวนมาก โดยในรอบแรกมีผู้สมัครทั้งนิติบุคคลและบุคคลทั่วไปจากทั่วประเทศรวม 641 ราย ซึ่งคณะกรรมการจะคัดเลือกนิติบุคคลที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เพื่อเข้าร่วมโครงการในระยะที่ 2-4 จำนวน 75 ราย ผู้ผ่านการอบรมครบทุกระยะจะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย เช่น สินค้าที่มีศักยภาพมีสิทธิ์ได้รับคัดเลือกจำหน่ายในบูธ AWC ราคาพิเศษ ณ ศูนย์ค้าส่ง เออีซีเทรดเซ็นเตอร์ พันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ และรับคัดเลือกให้จำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในประเทศจีน รวมถึงร่วมโครงการ SMEs Pro-active และกิจกรรมงานแสดงสินค้าของ DITP ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นต้น”

โครงการต้นกล้า ทู โกล แบ่งเป็น 4 ระยะดังนี้
• ระยะที่ 1 อบรมออนไลน์ผ่านระบบ zoom วันที่ 26 มกราคม 2564 เจาะลึกการทำธุรกิจระหว่างประเทศ
รับแรงบันดาลใจจากตัวจริงของวงการค้าต่างประเทศและการบริหารเงินแบบปังๆ
• ระยะที่ 2 อบรมเชิงปฎิบัติการออนไลน์ผ่านระบบ Zoom เพื่อสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์และจัดทำแผนธุรกิจ
เพื่อยืนหนึ่งในทุกตลาด คัดเลือกนิติบุคคลเข้าร่วมกิจกรรมรวม 75 ราย จัดอบรมแบ่งตามภูมิภาค ได้แก่
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 17-19 กุมภาพันธ์ 2564, ภาคใต้ วันที่ 24-26 มีนาคม 2564 และภาคตะวันออก วันที่ 28-30 เมษายน 2564
• ระยะที่ 3 อบรมเชิงปฎิบัติการเพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ต่อยอดสินค้านวัตกรรมในเชิงสร้างสรรค์ เพื่อมัดใจ
ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย มีนิติบุคคลเข้าร่วมกิจกรรม 75 ราย จัดอบรมในสถานที่จริงตามภูมิภาค ดังนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อุดรธานี) วันที่ 5-7 พฤษภาคม 2564, ภาคใต้ (สงขลา) วันที่ 23-25 มิถุนายน 2564 และภาคตะวันออก (ชลบุรี) วันที่ 7-9 กรกฎาคม 2564
• ระยะที่ 4 พิธีปิดโครงการ ประกอบด้วยกิจกรรมเสวนา การจัดแสดงสินค้า และกิจกรรมเจรจาธุรกิจกับผู้
ซื้อรายใหญ่ เช่น เดอะมอลล์ กรุ๊ป, เครือเซ็นทรัล, คิง เพาเวอร์, ลอว์สันฯ และผู้แทนการค้าจากจีน, เมียนมา, และสปป.ลาว ในวันที่ 17 สิงหาคม 2564 ที่กรุงเทพฯ
​ผู้สนใจสามารถติดตามกิจกรรมอื่นๆ ของสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ได้ที่เว็บไซต์ของสถาบันฯ เพจเฟซบุ๊กสถาบันฯ และ DITP Service Center โทร. 1169
หรือ เว็บไซต์กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ www.ditp.go.th

เคทีซีเดินหน้าพัฒนาแอปฯ KTC Mobile ด้วยฟีเจอร์ใหม่ เบิกถอนเงินสดได้ทุกค่าย และตั้งรหัส ATM PIN ได้ด้วยตัวเอง

นางสาวสุชชวี บรรจบดี ผู้อำนวยการ - Digital Development “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมา สืบเนื่องจากวิกฤตโควิด – 19...

Kerry Express ปรับราคาค่าจัดส่งพัสดุด่วนเริ่มต้นเพียง 25 บาท

งานนี้มีเฮ!! หลังจากที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับ Kerry Express หรือ KEX ล่าสุดบริษัทฯได้ปรับราคาค่าจัดส่งพัสดุด่วนเอาใจลูกค้า ด้วยค่าบริการ เริ่มต้นเพียง 25 บาทเท่านั้น พร้อมเพิ่มไซส์ในการรับพัสดุ (XXL) ที่รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 30 กก....

แนวทางใหม่ โหวต “เอ็ม ธวเดช” นั่งหัวหน้าพรรคการเมืองที่อายุน้อยที่สุดในประเทศไทย

โหวต “เอ็ม ธวเดช” นั่งหัวหน้าพรรคการเมืองที่อายุน้อยที่สุดในประเทศไทย โหวต เอ็ม ธวเดช ภาจิตรภิรมย์ คนรุ่นใหม่ วัย32 ปี นั่งหัวหน้าพรรคแนวทางใหม่...

หัวเว่ยรุกพัฒนาอีโคซิสเต็มด้านเทคโนโลยีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล

ภายในงาน Mobile World Congress Shanghai 2021 หัวเว่ยได้เปิด “Digix Lab” แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อให้ความรู้และยกระดับประสิทธิภาพของนักพัฒนาและพาร์ทเนอร์ในด้านอีโคซิสเต็มของบริการ HMS (Huawei Mobile Service) โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่หัวเว่ยริเริ่มขึ้นเพื่อสร้างและพัฒนาอีโคซิสเต็มทางเทคโนโลยีที่มีความหลากหลาย และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลในภูมิภาคดังกล่าวให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่งพัสดุยอดนิยม BEST Express แบรนด์ใหญ่ระดับประเทศ

ปัจจุบันธุรกิจแฟรนไชส์ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย มีนักลงทุนสนใจอยากซื้อแฟรนไชส์เพื่อเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองเป็นจำนวนมาก ซึ่งในปีที่ผ่านมา (2563) แฟรนไชส์ประเภทธุรกิจขนส่งพัสดุด่วนเอกชน เจ้าใหญ่ในตลาดอย่าง BEST Express (เบสท์ เอ็กซ์เพรส) ผู้ให้บริการ รับ-ส่ง พัสดุด่วนทั่วไทย ได้รับความสนใจอย่างมากในกลุ่มนักลงทุนทั้งรายเล็กและรายใหญ่ที่มองหาแหล่งรายได้ใหม่และโอกาสทำธุรกิจที่เติบโตเร็ว ทำให้เกิดการขยายสาขาได้มากกว่า 800 สาขาทั่วประเทศ เนื่องจากเทรนด์กระแสพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ออนไลน์และมีกิจกรรมการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้นแบบก้าวกระโดด ซึ่งช่องทางอีคอมเมิร์ซกลายเป็นช่องทางที่มีอัตราเติบโตอย่างมหาศาล เฉลี่ย 26-27% ต่อปี และมีมูลค่าเม็ดเงินกว่า 66,000 ล้านบาท จึงส่งแรงผลักดันสร้างโอกาสต่อธุรกิจขนส่งพัสดุพุ่งทะลุมากกว่า 35% ต่อปี

ยูนิเวอร์ซัล โรบอท กระตุ้นอุตสาหกรรมการผลิตของไทยใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อลดการบาดเจ็บและเพิ่มขวัญกำลังใจของพนักงาน

ยูนิเวอร์ซัล โรบอท (ยูอาร์) ซึ่งเป็นผู้นำตลาดเทคโนโลยีหุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติงาน (โคบอท) จากประเทศเดนมาร์ก กระตุ้นผู้ผลิตในไทยนำระบบอัตโนมัติของหุ่นยนต์เพื่อเพิ่มผลผลิตและช่วยลดการบาดเจ็บในที่ทำงาน จากข้อมูลของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ภายใต้กระทรวงแรงงานในประเทศไทย รายงานว่าระหว่างปี 2558-2562 พบว่าในปี 2562...